ลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 แล้ว แต่เงินยังไม่เข้าบัญชี ตรวจสอบได้แล้วผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ relief.disaster.go.th โดยสามารถติดตามได้ว่าคำร้องอยู่ระหว่างตรวจสอบ ผ่านการพิจารณา หรือส่งข้อมูลให้ธนาคารโอนเงินแล้ว
ล่าสุดวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ปภ. ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามความคืบหน้าได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอสอบถามเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว (Thai PBS, 9 ต.ค. 2569)
อัปเดตข้อมูล: 9 ตุลาคม 2569
หลายคนยื่นขอรับเงินช่วยเหลือน้ำท่วมไปแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าคำร้องถึงขั้นตอนไหน
บางคนเปิดแอปแล้วพบสถานะ “รอตรวจสอบข้อมูล” บางคนถูกส่งคำร้องกลับมาให้แก้ไข ขณะที่บางรายเห็นข้อความว่าส่งข้อมูลให้ธนาคารแล้ว แต่ยังไม่มีเงินเข้าบัญชี
โดยเฉพาะผู้เช่าหอพักหรือห้องเช่าที่ใช้บ้านเลขที่ร่วมกับผู้เช่าห้องอื่น อาจพบปัญหาว่ามีผู้ลงทะเบียนบ้านเลขที่เดียวกันไปก่อนแล้ว
คำถามจึงไม่ใช่แค่ “เงินเยียวยาโอนวันไหน?” แต่รวมถึง
“คำร้องของเราอยู่ตรงไหน และต้องทำอะไรต่อหรือไม่?”
บทความนี้สรุปวิธีตรวจสอบสถานะ ความหมายของแต่ละขั้นตอน และสิ่งที่ควรทำเมื่อเงินยังไม่เข้า พร้อมแนวทางสำหรับผู้เช่าหอพักและเจ้าของหอที่ต้องช่วยเตรียมข้อมูลประกอบการตรวจสอบ
สรุปใน 1 นาที
- เช็กสถานะได้ 2 ช่องทาง ผ่านแอป “ทางรัฐ” และเว็บไซต์ relief.disaster.go.th
- หากยื่นผ่านสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ก็สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ปภ. ได้
- สถานะ “รอตรวจสอบข้อมูล” หมายถึงคำร้องยังรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่
- สถานะ “ส่งคืนเพื่อแก้ไข” ต้องกลับไปแก้ข้อมูลในคำร้องเดิมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
- สถานะ “ส่งข้อมูลให้ธนาคารโอนเงิน” ยังไม่ได้หมายความว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว
- ต้องตรวจว่าพร้อมเพย์ผูกกับ เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้ยื่นคำขอ ไม่ใช่แค่เบอร์โทรศัพท์
- ผู้เช่าหอพักที่มีบ้านเลขที่เดียวหลายห้อง สามารถติดต่อสำนักงานเขตหรือ อปท. ให้ตรวจสอบการพักอาศัยจริงแยกแต่ละห้องได้
- หากไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร สามารถติดต่อ ปภ. สายด่วน 1784
ล่าสุด 9 ต.ค. 2569 โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้วเท่าไร?
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ตามมติคณะรัฐมนตรี
มีการโอนเงินในวันดังกล่าวจำนวน 3,483 ครัวเรือน รวม 29,499,000 บาท
แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มได้รับเงิน 9,000 บาท
จำนวน 3,021 ครัวเรือน ใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อ่างทอง นครราชสีมา แพร่ แม่ฮ่องสอน สุพรรณบุรี และภูเก็ต
กลุ่มได้รับเงิน 5,000 บาท
จำนวน 462 ครัวเรือน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อ่างทอง และสุพรรณบุรี
ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดการโอนที่รายงานสำหรับวันที่ 9 ตุลาคม ไม่ใช่จำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมดหรือยอดสะสมของทุกวัน (มติชน, 9 ต.ค. 2569)
แต่ถ้ายื่นคำร้องไว้แล้วและยังไม่ได้รับเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าถูกตัดสิทธิ
เพราะก่อนจะโอนเงินได้ ข้อมูลต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานในพื้นที่ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ปภ. และธนาคารออมสินก่อน
บางคำร้องอาจยังอยู่ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการนี้ (รัฐบาลไทย, 8 ต.ค. 2569)
วิธีเช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ผ่านเว็บไซต์ ปภ.
สำหรับคนที่ต้องการตรวจสอบว่าลงทะเบียนแล้วคำร้องไปถึงไหน สามารถเข้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ปภ. ได้โดยตรง
เว็บไซต์: https://relief.disaster.go.th/
ขั้นตอนตามที่ ปภ. ประกาศไว้วันที่ 9 ตุลาคม มีดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ relief.disaster.go.th
- เลือกเมนู “ตรวจสอบการลงทะเบียน”
- กรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักของผู้ยื่นคำขอ
- กดตรวจสอบ
- ระบบจะแสดงสถานะของคำร้องว่าอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นตอนไหน
ช่องทางนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐเท่านั้น
ผู้ที่เคยไปยื่นคำร้องด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็สามารถใช้เว็บไซต์นี้ตรวจสอบสถานะได้เช่นกัน
ข้อมูลขั้นตอนอ้างอิงจากคำชี้แจงของอธิบดี ปภ. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 (Thai PBS)
ข้อควรระวังคือ หมายเลขบัตรประชาชนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ควรกรอกผ่านเว็บไซต์ทางการด้วยตนเอง ไม่ส่งให้บุคคลแปลกหน้าหรือลิงก์ที่ได้รับจากข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
วิธีเช็กสถานะเงินเยียวยาผ่านแอปทางรัฐ
หากเคยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สามารถกลับเข้าไปดูคำร้องเดิมได้
ตามขั้นตอนที่ ปภ. ประชาสัมพันธ์ ให้ดำเนินการดังนี้
- เปิดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ
- เข้าเมนู “ลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม ปี 2569”
- เลือก “บริการทั้งหมด”
- เข้าไปที่หมวด “ลงทะเบียน ตรวจสอบสิทธิ์”
- เลือก “คำร้องของฉัน”
- ตรวจสอบสถานะที่แสดงในคำร้อง
ทั้งนี้ ชื่อหรือการจัดวางเมนูอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวอร์ชันของแอป หากหาเมนูไม่พบ สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ปภ. แทนได้
อย่ากดยื่นคำขอใหม่เพียงเพราะยังไม่เห็นเงินเข้าบัญชี
ถ้าระบบรับคำร้องเดิมไว้แล้ว ควรตรวจสอบก่อนว่าคำร้องอยู่ในขั้นตอนใด เพราะการยื่นซ้ำโดยไม่จำเป็นอาจสร้างปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อนให้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
คู่มือระบบของทางรัฐก็แนะนำว่า ผู้ที่ยื่นผ่านแอปสำเร็จแล้วไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยื่นซ้ำกับหน่วยงานพื้นที่ เว้นแต่เจ้าหน้าที่ร้องขอเอกสารหรือการยืนยันเพิ่มเติม (คู่มือทางรัฐ อัปเดต 5 ต.ค. 2569)
สถานะเงินเยียวยาแต่ละแบบหมายความว่าอะไร?
เมื่อเปิดดูคำร้องแล้ว สิ่งสำคัญคืออ่านสถานะให้เข้าใจ เพราะไม่ใช่ทุกสถานะจะหมายความว่าได้รับอนุมัติจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว
คู่มือของทางรัฐอธิบายสถานะหลักไว้ดังนี้
1. รอตรวจสอบข้อมูล
หมายความว่า ระบบได้รับคำร้องและส่งข้อมูลเข้าสู่หน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
อาจเป็นการตรวจที่อยู่ พื้นที่ประสบภัย ลักษณะความเสียหาย หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ควรทำอย่างไร?
รอเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามลำดับ และตรวจสอบสถานะเป็นระยะ ไม่จำเป็นต้องกดยื่นคำขอใหม่
2. ส่งคืนเพื่อแก้ไข
สถานะนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่พบข้อมูลบางอย่างที่ต้องแก้ไข เช่น เลือกสำนักงานเขตหรือ อปท. ไม่ตรงกับพื้นที่ประสบภัย หรือมีข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
ควรทำอย่างไร?
เปิดคำร้องเดิม ตรวจสอบรายการที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้แก้ไข ปรับข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันส่งคำร้องอีกครั้ง
ไม่ควรเริ่มลงทะเบียนใหม่โดยไม่จำเป็น
3. ผ่านการตรวจสอบ / อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ
หมายความว่าคำร้องผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจากหน่วยงานพื้นที่แล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาหรือส่งต่อข้อมูล
ยังไม่ใช่การยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว
หากอยู่สถานะนี้ ควรรอการพิจารณาขั้นตอนถัดไป
4. ส่งข้อมูลให้ธนาคารโอนเงิน
สถานะนี้หมายความว่า ปภ. ส่งข้อมูลการจ่ายเงินให้ธนาคารออมสินดำเนินการต่อแล้ว
แต่ยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบบัญชีและดำเนินการโอนเงินของธนาคาร
ส่งข้อมูลให้ธนาคารแล้ว ไม่เท่ากับเงินเข้าบัญชีทันที
ผู้ยื่นคำขอควรตรวจสอบบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน และดูรายการเงินเข้าในบัญชีธนาคารของตนเอง
5. ไม่อนุมัติ / มีผู้ลงทะเบียนแล้ว
อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาคำร้องซ้ำ บ้านเลขที่เดียวกัน หรือการตรวจสอบสิทธิและพื้นที่ประสบภัยที่ไม่ผ่านเงื่อนไข
กรณีนี้ต้องดูเหตุผลที่ระบบแสดงประกอบ ไม่ควรตีความว่าทุกคนที่พบข้อความดังกล่าวหมดสิทธิถาวร
หากเป็นหอพักหรือบ้านเช่าหลายห้อง ควรติดต่อสำนักงานเขตหรือ อปท. เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
รายละเอียดสถานะอ้างอิงจาก คู่มือทางรัฐ
เงินเยียวยาน้ำท่วมยังไม่เข้า ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ถ้ายื่นคำขอไปแล้วหลายวันแต่ยังไม่ได้รับเงิน อย่าเพิ่งเริ่มจากการสอบถามธนาคารทันที เพราะปัญหาอาจยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบคำร้อง
ลองแยกดูตามสถานการณ์ดังนี้
คำร้องยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
หากระบบยังแสดงว่า “รอตรวจสอบข้อมูล” แสดงว่ายังไม่ได้ไปถึงขั้นตอนส่งเงินให้ธนาคาร
รัฐบาลอธิบายว่ากระบวนการจ่ายเงินต้องเริ่มจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือสำนักงานเขตรับคำร้องและตรวจสอบข้อมูล ก่อนส่งให้คณะกรรมการระดับที่เกี่ยวข้องพิจารณา แล้วจึงส่งมายัง ปภ. เพื่อดำเนินการต่อ
ดังนั้น การที่ผู้อื่นในจังหวัดเดียวกันได้รับเงินก่อน ไม่ได้หมายความว่าทุกคำร้องในจังหวัดนั้นผ่านการตรวจสอบพร้อมกันแล้ว (รัฐบาลไทย, 8 ต.ค. 2569)
คำร้องถูกส่งคืน แต่ยังไม่ได้แก้ไข
ถ้าสถานะขึ้นว่าส่งคืนเพื่อแก้ไข ควรตรวจว่าข้อมูลส่วนใดผิดหรือไม่ครบ
ตัวอย่างที่คู่มือทางรัฐระบุไว้คือการเลือก อปท. หรือสำนักงานเขตผิด ทำให้คำร้องถูกส่งไปยังหน่วยงานที่ไม่รับผิดชอบพื้นที่จริง
ในกรณีนี้ ผู้ยื่นไม่สามารถย้ายคำร้องเองได้ขณะที่สถานะยังรอตรวจสอบ ต้องให้เจ้าหน้าที่ส่งคืนคำร้องเพื่อแก้ไขก่อน จึงจะเลือกพื้นที่ใหม่และส่งกลับได้
หลังส่งข้อมูลแก้ไขแล้ว สถานะอาจใช้เวลาประมวลผลเพิ่มเติม คู่มือทางรัฐระบุว่าอาจใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงในบางกรณี จึงไม่ควรกดส่งซ้ำหลายครั้งทันที
ส่งข้อมูลให้ธนาคารแล้ว แต่ยอดเงินยังไม่เข้า
ถ้าคำร้องผ่านมาถึงขั้นตอนธนาคาร ให้ตรวจสอบพร้อมเพย์ก่อน
การรับเงินเยียวยาตามมาตรการนี้กำหนดให้ใช้บัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วย เลขบัตรประชาชน 13 หลักของผู้ยื่นคำขอ
ไม่ใช่พร้อมเพย์ที่ผูกไว้เฉพาะหมายเลขโทรศัพท์
สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่
- พร้อมเพย์ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำขอแล้วหรือไม่
- บัญชีธนาคารยังเปิดใช้งานตามปกติหรือไม่
- ชื่อและนามสกุลของเจ้าของบัญชีตรงกับผู้ยื่นหรือไม่
- บัญชีถูกปิดหรืออายัดอยู่หรือไม่
- รายการเงินเข้าล่าสุดของบัญชีมีเงินเยียวยาเข้ามาแล้วหรือยัง
หากข้อมูลถูกต้องแต่ยังไม่ได้รับเงิน และระบบแสดงว่าส่งข้อมูลให้ธนาคารแล้ว ควรสอบถาม ปภ. ผ่านสายด่วน 1784 เพื่อให้ตรวจสอบสถานะการจ่ายเงินเพิ่มเติม
รายละเอียดการผูกพร้อมเพย์อ้างอิงจาก คู่มือระบบเยียวยาของทางรัฐ
ผู้เช่าหอพักเช็กสถานะอย่างไร ถ้าทั้งหอใช้บ้านเลขที่เดียว?
กรณีนี้สำคัญมากสำหรับหอพัก อพาร์ทเม้นท์ และบ้านเช่าที่แบ่งเป็นหลายห้อง
สมมติว่าหอพักแห่งหนึ่งมีบ้านเลขที่ 99/1 และมีห้องเช่า 20 ห้อง แต่ผู้เช่าทุกห้องใช้บ้านเลขที่เดียวกัน
ห้อง 101 ลงทะเบียนเยียวยาไปก่อนแล้ว
ต่อมาผู้เช่าห้อง 102 เข้าไปลงทะเบียน แต่ระบบแจ้งว่ามีผู้ลงทะเบียนในบ้านเลขที่นี้แล้ว
ไม่ได้หมายความว่าผู้เช่าห้อง 102 จะหมดสิทธิโดยอัตโนมัติ
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปภ. ชี้แจงว่า หากบ้านเลขที่เดียวแบ่งเป็นห้องเช่าย่อยหลายห้อง และตรวจสอบพบว่ามีห้องเช่าจริง มีคนพักอาศัยจริง รวมถึงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือน้ำล้อมรอบจริง ผู้เช่ามีสิทธิได้รับการพิจารณาเงินเยียวยา
เจ้าหน้าที่สามารถลงพื้นที่สำรวจแต่ละห้องเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงได้ (รัฐบาลไทย, 7 ต.ค. 2569)
ดังนั้น ถ้าเป็นผู้เช่าหอพักและพบปัญหาบ้านเลขที่ซ้ำ ควรติดต่อสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีหลายครัวเรือนอาศัยอยู่จริงหรือไม่
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หอพักมี 20 ห้องแล้วจะได้ 20 สิทธิแน่นอน เพราะแต่ละกรณีต้องผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์
สำหรับรายละเอียดสิทธิผู้เช่าและปัญหาบ้านเลขที่เดียวหลายห้อง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ เยียวยาน้ำท่วม 2569: ผู้เช่าหอพักมีสิทธิไหม?
เจ้าของหอพักช่วยผู้เช่าที่เงินเยียวยายังไม่เข้าได้อย่างไร?
หากมีผู้เช่าหลายห้องยื่นขอรับความช่วยเหลือ เจ้าของหอสามารถช่วยเตรียมข้อมูลที่เจ้าหน้าที่อาจต้องใช้ตรวจสอบได้
สิ่งสำคัญคือ ระบุให้ชัดว่าในช่วงเกิดภัย ใครพักอยู่ห้องไหนจริง
ตัวอย่างเช่น
ห้อง 101 มีผู้เช่าและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ห้อง 102 มีผู้เช่าแต่ไม่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
ห้อง 103 เป็นห้องว่าง ไม่มีผู้พักอาศัย
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสภาพการพักอาศัยจริง ไม่ใช่มองเฉพาะบ้านเลขที่ของอาคาร
เจ้าของหอควรเตรียมข้อมูลที่มีอยู่ เช่น รายชื่อผู้เช่า หมายเลขห้อง วันที่เริ่มเช่า สัญญาเช่า หลักฐานการชำระค่าเช่า และภาพความเสียหายของแต่ละห้อง หากมี
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเอกสารทุกประเภทเป็นเอกสารบังคับสำหรับทุกคำร้อง เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อาจตรวจสอบด้วยวิธีหรือหลักฐานที่แตกต่างกันตามข้อเท็จจริง
การเก็บข้อมูลผู้เช่าและสัญญาเช่าให้เป็นปัจจุบันจึงมีประโยชน์มากกว่าการใช้เก็บค่าเช่าเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เจ้าของหอจะสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและช่วยยืนยันการพักอาศัยจริงได้ง่ายขึ้น
ในทางปฏิบัติ ควรให้ผู้เช่าเป็นผู้ตรวจสถานะคำร้องของตนเอง และส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นแก่หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ควรรวบรวมเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลบัญชีของผู้เช่าทุกคนโดยไม่มีเหตุจำเป็น
ถ้าเลือกสำนักงานเขตหรือ อปท. ผิด แก้ไขได้ไหม?
แก้ไขได้ตามขั้นตอนของระบบ แต่บางกรณีต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการก่อน
คู่มือทางรัฐระบุว่า หากส่งคำร้องไปผิดสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานะยังเป็น “รอตรวจสอบ” ผู้ยื่นไม่สามารถย้ายคำร้องเองได้ทันที
ต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำร้องเดิมดำเนินการ “ส่งคืนเพื่อแก้ไข” ก่อน
หลังจากนั้น ผู้ยื่นจึงเปิดคำร้องเดิม เลือกจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานพื้นที่ให้ถูกต้อง แล้วส่งข้อมูลใหม่ได้
ถ้าไม่ทราบว่าคำร้องถูกส่งไปหน่วยงานใด สามารถติดต่อสำนักงานเขตหรือ อปท. ในพื้นที่ประสบภัยเพื่อขอคำแนะนำได้
ไม่ควรสร้างคำร้องใหม่ซ้ำทันที เพราะอาจทำให้การตรวจสอบมีความซับซ้อนขึ้น
ถ้าไม่มีสมาร์ตโฟน หรือเข้าแอปทางรัฐไม่ได้ ทำอย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องมีสมาร์ตโฟนเป็นของตัวเองเพื่อสอบถามความคืบหน้าเสมอไป
ผู้ที่มีคำร้องอยู่แล้วสามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ปภ. ได้ และหากไม่สามารถใช้งานระบบออนไลน์ได้ อาจติดต่อสำนักงานเขตหรือ อปท. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบจากระบบ
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกใช้แอป คู่มือทางรัฐแนะนำช่องทางติดต่อหน่วยงานพื้นที่เพื่อรับความช่วยเหลือ โดยควรเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนไปตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
ถ้าเคยยื่นคำร้องสำเร็จแล้ว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการตรวจสอบคำร้องเดิม ไม่ใช่ลงทะเบียนใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลซ้ำซ้อน
เงินเยียวยา 9,000 บาท กับ 5,000 บาท ต่างกันอย่างไร?
เงินช่วยเหลือทั้งสองอัตราเป็นมาตรการตามเงื่อนไขของการได้รับผลกระทบ ไม่ใช่จำนวนที่ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกเองได้
ตามคำชี้แจงรัฐบาลวันที่ 8 ตุลาคม 2569 กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันแต่ทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมต่อเนื่องตามเกณฑ์ที่กำหนด อาจเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน
ส่วนกรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติติดต่อกันตามหลักเกณฑ์ รวมถึงกรณีอาคารสูงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้อม อาจเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน
ทั้งนี้ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (รัฐบาลไทย, 8 ต.ค. 2569)
ดังนั้น หากคำร้องยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่ควรสรุปว่าตนเองจะได้รับเงินจำนวนใดจนกว่าจะมีผลการพิจารณา
ระวังเรื่องวันที่เกิดน้ำท่วมด้วย
มาตรการเยียวยาช่วงฤดูฝนปี 2569 ที่เปิดลงทะเบียนผ่านระบบนี้ ระบุช่วงเหตุอุทกภัยตั้งแต่ 15 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2569
ขณะที่รัฐบาลเริ่มระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีหลักเกณฑ์และกระบวนการช่วยเหลือแยกต่างหาก
หากเพิ่งประสบภัยในเดือนตุลาคม ไม่ควรสรุปว่าอยู่ในมาตรการ 9,000 หรือ 5,000 บาทเดียวกันทันที แต่ควรสอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าภัยครั้งนั้นอยู่ภายใต้มาตรการใด
อ้างอิง: รัฐบาลไทย — ขอบเขตช่วงวันที่เกิดภัย และ รัฐบาลไทย — ประกันภัยพิบัติเริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค.
เงินเยียวยายังไม่เข้า ติดต่อหน่วยงานไหน?
หากตรวจสถานะแล้วมีปัญหา สามารถติดต่อได้ตามลักษณะของเรื่อง
ปภ. สายด่วน 1784
สำหรับสอบถามหลักเกณฑ์เงินช่วยเหลือ การตรวจสอบสถานะคำร้อง และความคืบหน้าการโอนเงิน ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
DGA Contact Center โทร. 02-612-6060
สำหรับปัญหาทางเทคนิคของระบบทางรัฐ เช่น เข้าใช้งานแอปไม่ได้ หรือพบข้อขัดข้องในการใช้งานระบบ ติดต่อในวันและเวลาราชการ
ศูนย์บริการข้อมูลกรุงเทพมหานคร 1555
สำหรับสอบถามช่องทางติดต่อสำนักงานเขตและบริการของกรุงเทพมหานคร ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
หากปัญหาเกี่ยวกับบ้านเลขที่ซ้ำ การยืนยันว่าพักอาศัยอยู่จริง หรือเอกสารประกอบการตรวจสอบ ควรติดต่อ สำนักงานเขตหรือ อปท. ของพื้นที่ประสบภัย โดยตรง
ข้อมูลช่องทางติดต่ออ้างอิงจาก คู่มือทางรัฐ
ระวังลิงก์ปลอมที่อ้างว่าให้เช็กเงินเยียวยาน้ำท่วม
ช่วงที่มีการโอนเงินเยียวยา มักเป็นช่วงที่ประชาชนรอติดตามสถานะ ทำให้ข้อความที่อ้างว่า “ตรวจสิทธิ” หรือ “ยืนยันบัญชีรับเงิน” อาจสร้างความสับสนได้
ควรเข้าเว็บไซต์ทางการด้วยตนเอง โดยตรวจสอบชื่อโดเมนให้ถูกต้อง
- เว็บไซต์ตรวจสอบของ ปภ.: relief.disaster.go.th
- เว็บไซต์ทางรัฐ: thangrath.go.th
ไม่ควรกรอกเลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคารลงในเว็บไซต์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
และไม่ควรให้บุคคลอื่นเข้าถึงแอปธนาคารเพื่ออ้างว่าจะช่วยรับเงินเยียวยาให้
หากไม่มั่นใจ ให้สอบถาม ปภ. โดยตรงผ่านสายด่วน 1784 ก่อนดำเนินการ
เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม จำง่าย ๆ แบบนี้
ถ้าลงทะเบียนแล้วเงินยังไม่เข้า สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่ลงทะเบียนใหม่ แต่คือตรวจว่าคำร้องเดิมอยู่ขั้นตอนไหน
หากยังรอตรวจสอบ ให้รอการดำเนินการจากหน่วยงานพื้นที่
หากถูกส่งคืนให้แก้ไข ให้แก้ข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
หากผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ติดตามขั้นตอนการพิจารณาและส่งต่อข้อมูล
หากส่งข้อมูลให้ธนาคารแล้ว ให้ตรวจสอบพร้อมเพย์ที่ผูกเลขบัตรประชาชนและรายการเงินเข้าในบัญชี
แต่ถ้าเป็นผู้เช่าหอพักที่ใช้บ้านเลขที่เดียวกับหลายห้อง อย่าเพิ่งสรุปว่าหมดสิทธิเมื่อระบบพบข้อมูลซ้ำ เพราะสามารถให้หน่วยงานพื้นที่ตรวจสอบการพักอาศัยจริงเป็นรายห้องได้
สำหรับเจ้าของหอพัก สิ่งที่ช่วยผู้เช่าได้มากที่สุดคือ มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าใครพักอยู่ห้องไหน และมีหลักฐานการเช่าหรือการอยู่อาศัยจริง
เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ข้อมูลผู้เช่า สัญญาเช่า และประวัติการพักอาศัยไม่ได้มีประโยชน์แค่ในการบริหารหอพัก แต่ยังช่วยให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงทำได้สะดวกขึ้นด้วย
แหล่งอ้างอิง
- Thai PBS — ปภ. แนะ 2 ช่องทางเช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วมปี 2569 (9 ต.ค. 2569)
- ทางรัฐ — คู่มือบริการเยียวยาน้ำท่วม 2569 อัปเดต 5 ต.ค.
- รัฐบาลไทย — ขั้นตอนการตรวจสอบและโอนเงินช่วยเหลือ (8 ต.ค. 2569)
- รัฐบาลไทย — คำชี้แจงกรณีผู้เช่าบ้านและบ้านเลขที่เดียวหลายห้อง (7 ต.ค. 2569)
- รัฐบาลไทย — ลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมสำหรับเหตุ 15 พ.ค.–30 ก.ย. 2569
- มติชน — ปภ. และธนาคารออมสินรายงานยอดโอนวันที่ 9 ต.ค. 2569
หมายเหตุ: บทความนี้อัปเดตข้อมูลถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สถานะคำร้อง ยอดการโอนเงิน พื้นที่ที่ได้รับความช่วยเหลือ และหลักเกณฑ์ของมาตรการอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ยื่นคำขอควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ก่อนดำเนินการ
